การเลิกจ้างกับกิ๊กในสถานประกอบการ
ท่านผู้อ่านที่เป็นเจ้าของกิจการ หรือที่มีลูกน้องเคยต้องปวดหัวกับปัญหาชู้สาวในที่ทำงานของลูกน้องท่านบ้างหรือไม่ครับ เช่น หัวหน้าแอบกิ๊กกับลูกน้องบ้าง ฝ่ายบุคคลกิ๊กกับเด็กในโรงงานบ้าง เรื่องที่ผู้เขียนจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งท่านสามารถนำไปเป็นอุทาหรณ์สำหรับลูกน้องของท่านที่คิดจะมีชู้หรือมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับคนอื่นที่มิใช่คู่สมรสของตน หรือบางท่านเรียกว่ามีกิ๊ก ซึ่งเรื่องดังกล่าวนอกจากจะผิดศีลธรรมอันดีแล้ว ยังเป็นการผิดกฎหมายอันนำมาเป็นเหตุเลิกจ้างได้ด้วย
เรื่องนี้มีอยู่ว่า มีผู้จัดการแผนกต้อนรับของโรงแรมมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งเกิดไปรักใคร่ชอบพอกับพนักงานในโรงแรมเดียวกันเข้าซึ่งพนักงานรายนั้นมีคู่สมรสเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว ปรากฏว่าทางโรงแรมจับได้และเห็นว่าพฤติกรรมชู้ของผู้จัดการไม่เหมาะสม ถือเป็นการกระทำที่อาจทำลายภาพลักษณ์ของโรงแรมจึงเลิกจ้างผู้จัดการโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ผู้จัดการเห็นว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจึงนำมาฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้โรงแรมจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหาย
ศาลแรงงานกลาง พิพากษาว่าการกระทำของผู้จัดการ(โจทก์)เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในการทำงานของโรงแรม(จำเลย)เป็นกรณีร้ายแรง โรงแรมเลิกจ้างผู้จัดการได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหาย พิพากษายกฟ้องโจทก์ ผู้จัดการอุทธรณ์
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่ผู้จัดการ(โจทก์)อุทธรณ์ว่า กรณีที่ผู้จัดการมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับพนักงานของโรงแรม(จำเลย)เป็นเพียงเรื่องสิทธิส่วนตัวไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีที่ร้ายแรงนั้น เห็นว่าระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโรงแรม หมวดที่ 8 ว่าด้วยกฎระเบียบทางวินัยได้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางให้พนักงานของโรงแรมละเว้นหรือหลีกเลี่ยงการกระทำอันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง ทรัพย์สิน ผลประโยชน์ของโรงแรมหรือการกระทำอันเป็นการขัดต่อศีลธรรมประเพณีอันดีงาม พนักงานทุกคนจะต้องไม่กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับดังกล่าวทั้งในเวลาทำงานหรือนอกเวลาทำงานขณะอยู่ในหรือภายนอกสถานที่ทำงาน ถ้าพนักงานกระทำการใดที่อาจทำให้โรงแรมผู้เป็นนายจ้างได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือในทางอื่นใดแล้ว โรงแรมย่อมมีอำนาจพิจารณาลงโทษตามระเบียบข้อบังคับได้ การที่ผู้จัดการมีชู้กับพนักงานของโรงแรม แม้จะไม่ปรากฏว่าเกิดขึ้นภายในบริเวณโรงแรม หรือในเวลาทำงาน ก็ถือได้ว่าเป็นการไม่รักษาเกียรติและประพฤติชั่ว ซึ่งเป็นการละเมิดต่อศีลธรรมอันดีอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ความว่า คู่สมรสของพนักงานนั้นทนพฤติกรรมชู้ดังกล่าวของผู้จัดการไม่ไหวได้ไปตามหาถึงโรงแรมและมีการร้องเรียน จนในที่สุดครอบครัวแตกแยก ต้องแยกทางกันอยู่เป็นที่รู้กันทั่วไปในหมู่พนักงานโรงแรม การกระทำของผู้จัดการย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อการปกครองบังคับบัญชาพนักงานโรงแรม รวมทั้งชื่อเสียงของโรงแรมด้วย เนื่องจากผู้จัดการมีตำแหน่งฝ่ายบริหารเป็นถึงผู้จัดการแผนกต้อนรับ แต่กลับมีความประพฤติชั่ว เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่พนักงานอื่น ๆ การกระทำของผู้จัดการเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโรงแรมเป็นกรณีร้ายแรง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4) และไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 โรงแรมมีสิทธิเลิกจ้างผู้จัดการได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหาย พิพากษายืน
เห็นไหมครับ จากเรื่องข้างต้นท่านผู้ประกอบการน่าจะนำไปเป็นตัวอย่างให้แก่พนักงานหรือลูกน้องในกิจการของท่านได้เป็นอย่างดีครับ สุดท้าย ผู้เขียนคิดว่าปัญหาชู้สาวในที่ทำงานนั้นบ่อยครั้งก็ทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมาได้ เช่น ความตั้งใจหรือสมาธิในการทำงานของพนักงาน ซึ่งย่อมกระทบต่อผลผลิตของกิจการ ดังนั้น ถ้าเรื่องใดเราป้องกันหรือป้องปรามได้ก็ควรที่จะทำครับดีกว่าต้องมาแก้ไขเยียวยาในภายหลังซึ่งมักจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าครับ 
อ้อ ผู้เขียนเกือบลืมบอกครับว่า เรื่องข้างต้นนั้น ผู้จัดการเป็นผู้หญิง ส่วนพนักงานรายนั้นเป็นผู้ชายนะครับ

คิรัว

posted on 27 Aug 2011 14:40 by chinzukae  in Cartoon

วาดเล่น

posted on 27 Aug 2011 14:36 by chinzukae  in Cartoon
วาดไปเก็บไป

edit @ 27 Aug 2011 14:39:14 by chanisa.slm